167539
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
18
302
848
164950
6425
5807
167539

Your IP: 192.168.2.69
2020-01-29 00:52

แรงงาน ลุยตรวจค้ามนุษย์ อ.แม่สอด พบใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 08 มิถุนายน 2560
ฮิต: 130

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งชุดเฉพาะกิจฯ ลุยตรวจสถานประกอบกิจการ อ.แม่สอด จ.ตาก พบนายจ้างใช้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทำงาน แจ้งความดำเนินคดีทันทีพร้อมย้ำนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ่าฝืนมีโทษหนักปรับขั้นต่ำ 4 แสน ต่อลูกจ้างหนึ่งคน


นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2560 กสร.ส่งชุดเฉพาะกิจคุ้มครองแรงงานเข้าตรวจสถานประกอบกิจการใน อ.แม่สอด จ.ตาก ตามนโยบายของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน พบสถานประกอบกิจการเย็บผ้าจำนวน 3 แห่ง ปฏิบัติไม่ถูกต้องในเรื่องการจ้างแรงงานเด็กเข้าทำงานโดยสถานประกอบกิจการ 2 แห่ง มีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทำงานและอีก 1 แห่ง ไม่แจ้งการจ้างแรงงานเด็ก ทั้งนี้พนักงานตรวจแรงงานได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้างทั้ง 3 รายที่ สภ.แม่สอด เรียบร้อยแล้ว


อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23กุมภาพันธ์ 2560 ได้เพิ่มอัตราโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กโดยมีโทษต่ำสุดปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี ถึงไม่เกิน 4 ปี ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งเป็นโทษที่มีอัตราสูงจึงขอเตือนนายจ้าง ประกอบการให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายหากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 7170, 0 2246 6389 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 10 พื้นที่ นักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดหรือที่สายด่วน 1546

แรงงาน กำชับจป.ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หวังลดอุบัติเหตุจากการทำงาน

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 07 มิถุนายน 2560
ฮิต: 128

แรงงาน กำชับจป.ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
หวังลดอุบัติเหตุจากการทำงาน
--------------------------------
     กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำชับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน(จป.) ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อลดปัญหาการประสบอันตรายจากการทำงานตามวาระปฏิรูปแรงงาน Safety Thailand
     นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) เปิดเผยว่า พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของผู้ใช้แรงงานมาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดให้เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นหนึ่งในวาระปฏิรูปแรงงาน ภายใต้นโยบาย Safety Thailand เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้กลไกลสำคัญในการดำเนินการดังกล่าวก็คือบุคลากรด้านความปลอดภัยทั้งในส่วนของภาครัฐคือพนักงานตรวจความปลอดภัย ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามกฎหมาย และในภาคเอกชน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ระดับต่าง ๆ เช่น จป.หัวหน้างาน, จป.บริหาร และจป.วิชาชีพ เป็นต้น ทั้งนี้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ และ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้กำหนดคุณสมบัติและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับไว้  กสร.จึงขอให้จป.ทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
     อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้นายจ้างช่วยกำกับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของจป.ระดับต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานในแต่ละสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้เพื่อป้องกันและลดการประสบอันตรายและอุบัติเหตุจากการทำงาน รวมทั้งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นในสังคมไทยด้วย กรณีมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ กองความปลอดภัยแรงงาน โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๘ ๙๑๒๘-๓๙ ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต ๑ - ๑๒ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑ – ๑๐ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่โทรศัพท์สายด่วน ๑๕๔๖
-----------------------------------------------
พฤกษ์  พรหมพันธุม : ข่าว
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ขอเชิญเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาความเข้มแข็งเครือข่ายความปลอดภัยแรงงานอย่างยั่งยืน หลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพเชิงเทคนิควิชาการ” รุ่นที่ ๒

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 05 มิถุนายน 2560
ฮิต: 166

   

     โดยกองความปลอดภัยแรงงาน กำหนดจัดการสัมมนาโครงการเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนา ความเข้มแข็งเครือข่ายความปลอดภัยแรงงานอย่างยั่งยืน หลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพเชิงเทคนิควิชาการ” รุ่นที่ ๒ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายความปลอดภัยแรงงานให้สามารถสนับสนุน การพัฒนาและการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ ห้องกรุงธนบอลรูม โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
    ในการนี้ กองความปลอดภัยแรงงาน ขอให้ท่านมอบหมายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ในสถานประกอบกิจการของท่าน จำนวน ๑ คน เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และโปรดส่งแบบตอบรับเข้าร่วมโครงการ ไปยังกลุ่มงานเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงาน กองความปลอดภัยแรงงาน ภายในวันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ ทั้งนี้กรมฯจะรับผิดชอบค่าอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างการสัมมนา และค่าที่พัก ๑ คืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กลุ่มงานเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงาน
กองความปลอดภัยแรงงาน
โทรศัพท์ ๐ ๒๔๔ ๘๙๑ ๒๘-๒๙ ต่อ ๗๐๙ - ๗๑๗
http://www.oshthai.org/index.php?option=com_content&view=article&id=696:-m-m-s&catid=1:news-thai

กำชับนายจ้างใช้เด็กอายุ 15-18 ปี ทำงาน ต้องแจ้งการจ้างต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 06 มิถุนายน 2560
ฮิต: 121


กำชับนายจ้างใช้เด็กอายุ 15-18 ปี ทำงาน
ต้องแจ้งการจ้างต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน
--------------------------------
    กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำชับนายจ้างจ้างเด็กอายุ 15 ถึง 18 ปี เข้าทำงาน ต้องแจ้งการจ้างต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเด็กทำงานฝ่าฝืนมีโทษอาญา
    นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า จากการดำเนินการตรวจเข้มสถานประกอบกิจการที่มีการใช้แรงงานเด็กตามมาตรการ 3-3-2 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม 2560 มีสถานประกอบกิจการผ่านการตรวจ 843 แห่ง พบสถานประกอบกิจการปฏิบัติไม่ถูกต้อง161 แห่ง ในจำนวนนี้ เป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจ้างแรงงานเด็ก 29 แห่ง ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานได้กำกับให้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว ทั้งนี้จากตรวจพบว่าความผิดที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องมากที่สุดคือการไม่แจ้งการจ้างแรงงานเด็ก จำนวน 18 แห่ง ทั้งนี้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดห้ามไม่ให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงาน สำหรับการจ้างเด็กอายุ 15 ปี ถึง 18 ปี เข้าทำงานนายจ้างจะต้องแจ้งการจ้างต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีโทษทางอาญา
    อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจ้างเด็กเข้าทำงานเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเป็นประโยชน์แก่เด็กที่ต้องการหาประสบการณ์หรือเรียนรู้ที่จะปรับตัว เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานแต่นายจ้างต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานใช้บังคับเฉพาะกรณีที่เป็นการจ้างแรงงานเท่านั้นไม่ได้หมายรวมถึงการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้เด็กทำงานในครอบครัว หากนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการใดมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 7170, 0 2246 6389 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1546
-----------------------------------------------
พฤกษ์  พรหมพันธุม : ข่าว
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กสร. แจ้งความเอาผิดนายจ้างพัทลุงปล่อยคนงานซ่อมถังประปาเสียชีวิต

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 05 มิถุนายน 2560
ฮิต: 141

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจ้งความเอาผิดอาญานายจ้างหจก.เพชรภูผาโยธากิจ จ.พัทลุง  ตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน ฐานปล่อยคนงานลงซ่อมถังประปาขาดอากาศเสียชีวิต 3 ราย
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีนายจ้าง กรณีคนงานก่อสร้างของหจก.เพชรภูผาโยธากิจ 3 รายเสียชีวิตขณะซ่อมถังประปาประจำหมู่บ้านขนาดใหญ่ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า นายจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และกฎกระทรวงฯ การทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ.2547 รวม 5 ประเด็นด้วยกัน คือ
1.นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตราย
2.นายจ้างไม่จัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลและประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศว่ามีบรรยากาศอันตรายหรือไม่ 3. ไม่แต่งตั้งลูกจ้างที่มีความรู้ และได้รับการฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัยในที่อับอากาศให้เป็นผู้ควบคุมงาน
4.ไม่จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน และ
5. นายจ้างไม่จัดให้ ลูกจ้างทุกคน   ที่ทำงานในที่อับอากาศเข้ารับการฝึกอบรม
อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 พนักงานตรวจความปลอดภัยได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษของหจก.เพชรภูผาโยธากิจ ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ทั้งนี้ นายจ้างมีความผิด ตามกฎหมายดังกล่าวโดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อมูลข่าว: กองความปลอดภัยแรงงาน