321048
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
118
383
1371
317713
6904
7932
321048

Your IP: 192.168.2.69
2021-07-28 05:11

กสร. ย้ำนายจ้างต้องประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างรู้

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 16 สิงหาคม 2560
ฮิต: 562

กสร. ย้ำนายจ้างต้องประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างรู้
--------------------------------
กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจ้งนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ พร้อมกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวัน นายจ้างไม่ปฏิบัติมีโทษปรับห้าพันบาท
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ได้กำหนดให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้าง ได้ไม่เกินเวลาทำงานตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ งานทั่วไปไม่เกินวันละ ๘ ชั่วโมง งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและควาปลอดภัยของลูกจ้าง เช่น งานเชื่อมโลหะ งานผลิตสารเคมีอันตราย ไม่เกินวันละ ๗ ชั่วโมง เป็นต้น สำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากนายจ้างมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ ๐ ๒๒๔ ๕๗๑๗๐, ๐ ๒๒๔๖ ๖๓๘๙ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑ ถึง ๑๐ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน ๑๕๔๖
-----------------------------------------------
พฤกษ์  พรหมพันธุม : ข่าว
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ก.แรงงาน ตรวจสอบความสัมพันธ์นายจ้าง - ลูกจ้าง วันแรกคึกคัก! ย้ำ เปิดบริการคัดกรอง ๓๐ วัน ไม่มีวันหยุด

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 09 สิงหาคม 2560
ฮิต: 416

ก.แรงงาน ตรวจสอบความสัมพันธ์นายจ้าง - ลูกจ้าง วันแรกคึกคัก! ย้ำ เปิดบริการคัดกรอง ๓๐ วัน ไม่มีวันหยุด

"รองปลัดแรงงาน" เผย บรรยากาศขั้นตอนการตรวจสอบความสัมพันธ์นายจ้าง - ลูกจ้าง ที่กระทรวงแรงงาน วันแรกคึกคัก! นายจ้างต่างพาลูกจ้างมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อสัมภาษณ์พิสูจน์ความสัมพันธ์ ก่อนรับเอกสารรับรองนำไปสู่ขั้นตอนการตรวจสัญชาติกับประเทศต้นทางตามที่กำหนด เพื่อเข้าสู่ระบบการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

          นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังจากตรวจเยี่ยมการตรวจสอบคัดกรองความสัมพันธ์ นายจ้าง - ลูกจ้าง ที่ศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว บริเวณชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงานว่า หลังจากที่ได้เปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวตั้งแต่วันที่ ๒๔ ก.ค. - ๗ ส.ค.๖๐ เพื่อรับคำขอการจ้างคนต่างด้าว และได้สิ้นสุดลงเมื่อวานนี้ (๗ ส.ค.๖๐) ขั้นตอนต่อไปเป็นการพิสูจน์ความสัมพันธ์นายจ้าง - ลูกจ้าง ระหว่างวันที่ 8 ส.ค. - 6 ก.ย.60 รวม 30 วัน ไม่เว้นวันหยุด ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าว ความสำคัญของขั้นตอนนี้ทำให้คนต่างด้าวที่ทำงานอยู่กับนายจ้างที่ไม่ถูกกฎหมายตั้งแต่เข้าเมืองผิดกฎหมาย การทำงานผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.ก. การทำงานของคนต่างด้าว เพื่อให้มีเอกสารการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งในวันนี้กระทรวงแรงงานจะพิจารณาว่าลูกจ้างที่นายจ้างได้มายื่นคำขอไว้นั้น เป็นนายจ้างลูกจ้างกันจริงหรือไม่ หากพิสูจน์ทราบว่าเป็นลูกจ้างนายจ้างกันจริง เจ้าหน้าที่จะออกหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารรับรองเพื่อให้นายจ้างพาลูกจ้างไปตรวจสัญชาติกับประเทศต้นทางตามที่กำหนดทั้ง ๓ สัญชาติต่อไป
          ด้าน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากผลการรับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวทั้ง 100 ศูนย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. – 7 ส.ค.60 พบว่า มีนายจ้างมาแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าว 193,918 ราย ลูกจ้างต่างด้าว 772,270 คน แยกเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมามากที่สุด 451,515 คน รองลงมากัมพูชา 222,907 คน และลาว 97,848 คน ตามลำดับ เมื่อจำแนกตามประเภทกิจการ 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้าง เกษตรและปศุสัตว์ อาหารและเครื่องดื่ม การให้บริการต่างๆ และผู้รับใช้ในบ้าน ตามลำดับ จังหวัดที่มีการยื่นขอจ้างคนต่างด้าวมากที่สุด 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และระยอง ตามลำดับ
-----------------------------
กลุ่มงานโฆษกและการข่าว/
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ - ข่าว/
สมภพ ศีลบุตร - ภาพ/

3 กรมจับมือ หนุนตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 07 สิงหาคม 2560
ฮิต: 411

3 กรมจับมือ หนุนตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับมือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วม MOU ส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการ มุ่งสร้างโอกาสการเข้าถึง บรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินของลูกจ้าง

        นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการให้สถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจจัดสวัสดิการแรงงานด้วยวิธีการสหกรณ์กับกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่า กสร. มีภารกิจหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน โดยกำกับดูแลให้สถานประกอบกิจการมีการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ทั้งตามที่กฎหมายกำหนดและสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือกฎหมาย การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการเป็นสวัสดิการแรงงานด้านหนึ่งที่นายจ้าง ลูกจ้างร่วมมือกันจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมและบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงิน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบของลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและได้มีระบบสะสมเก็บออมที่ดีของผู้ใช้แรงงาน กสร. จึงร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในวันนี้ (3 ส.ค. 60) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน ผลักดันให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการเพิ่มมากขึ้น และกำกับดูแลให้สหกรณ์ออมทรัพย์ที่จัดตั้งแล้วมีความโปร่งใส มั่นคง ตลอดจนส่งเสริมให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใสและยั่งยืน ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ กสร.รับหน้าที่ประสานความร่วมมือกับสถานประกอบกิจการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และสนับสนุนเงินกู้จากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน กรมส่งเสริมสหกรณ์จะให้ความรู้เรื่องสหกรณ์ อุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์แก่บุคลากรในสถานประกอบกิจการ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่จัดตั้งขึ้นในสถานประกอบกิจการ

        อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ จำนวน 540 แห่ง มีลูกจ้างเป็นสมาชิก 649,958 คน นอกจากนี้ยังมีกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเหลือลูกจ้างโดยกู้ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ ซึ่งมีสหกรณ์ใช้บริการเงินกู้กองทุน 251 สัญญา เป็นเงิน 1,918,370,000 บาท สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ แล้ว 217,041 คน สถานประกอบกิจการใดสนใจจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ สามารถติดต่อได้ที่กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ภัทรวรรณ ปิ่นแก้ว : ข่าว

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา 17 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 07 สิงหาคม 2560
ฮิต: 998

มาตรา 17 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554

อุบัติเหตุจากการทำงานคืออะไร??

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
Post by Area7
on 04 สิงหาคม 2560
ฮิต: 881

อุบัติเหตุจากการทำงานคืออะไร??